คณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา จับมือภาคีเครือข่าย มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) ร่วมทลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของคนพิการ สานต่อปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างระบบนิเวศการศึกษาที่เท่าเทียม ด้วย 4 กลยุทธ์ พัฒนาระบบฐานข้อมูลสถานศึกษา-จัดทำโครงการ “อาสาพาน้องเข้าเรียน” ช่วยเหลือผู้ปกครองที่มีบุตรหลานพิการ-สร้างระบบสนับสนุนสถานศึกษาแบบบูรณาการ และสร้างชุมชนออนไลน์ให้คำปรึกษาครูและผู้ปกครอง เพื่อให้มีความพร้อมในการรับคนพิการเข้าเรียนอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายคือ จับมือพาคนพิการก้าวข้ามขีดจำกัดสู่โอกาสทางการศึกษาเพื่ออนาคตที่มั่นคง
ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส กล่าวในงานแถลงข่าวโครงการ “อาสาพาน้องเข้าเรียน” ว่า ภายหลังที่คณะอนุกรรมาธิการฯ จัดโครงการเสวนาระดมความคิดเห็นเรื่อง “การทลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของคนพิการ” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงได้นำปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย มาสานต่อและผลักดันให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ภายใต้ 4 กลยุทธ์ ได้แก่
1) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสถานศึกษา สร้างศูนย์ข้อมูลสถานศึกษาเพื่อคนทั้งมวล (Inclusive School Directory) รวบรวมรายชื่อสถานศึกษาทุกระบบทุกสังกัดที่พร้อมเปิดรับคนพิการ เพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลสาธารณะให้ผู้ปกครอง เข้าถึงได้ง่าย 2) การบริการประสานความช่วยเหลือ “พาน้องเข้าเรียนใกล้บ้าน” (School Matching & Helpdesk) การช่วยเหลือผู้ปกครองในการจัดหาที่เรียนใกล้บ้านและลดความซับซ้อนของขั้นตอนต่าง ๆ 3) การสร้างระบบสนับสนุนสถานศึกษาแบบบูรณาการ (On-site School Support) สนับสนุนสถานศึกษาให้มีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ บุคลากร และระบบสนับสนุน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กพิการอย่างเป็นรูปธรรม และ 4) การสร้างชุมชนออนไลน์ เพื่อการปรึกษาครูและผู้ปกครอง (Digital Support Community) สร้าง “Inclusive Education Hub” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น Zoom, Line, Facebook Group) เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้คำปรึกษาด้านการจัดการเรียนการสอนสำหรับคนพิการทุกประเภท โดยผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย คณาจารย์จากคณะคุรุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ และองค์กรเครือข่าย
ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยมีผู้พิการ 4.19 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 6 ของประชากรทั้งหมด ในจำนวนนี้มีผู้พิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการ ประมาณ 2.2 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.41ของประชากรทั้งหมด โดยข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า ประเทศไทยมีคนพิการจำนวนทั้งสิ้น 2,261,201 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงเพียง 55,457 คน และมีเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเพียง 46,346 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 2.45 และ 2.05 ของจำนวนคนพิการทั้งหมดทั่วประเทศ ตามลำดับ ซึ่งจำนวนดังกล่าวถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่าง “สิทธิที่กฎหมายรับรอง” กับ “โอกาสทางการศึกษาในทางปฏิบัติ” อย่างมีนัยสำคัญ
“โครงการอาสาพาน้องเข้าเรียน” จึงถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่สำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างแท้จริง ด้วยปัจจุบันแม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายและนโยบายที่รับรองสิทธิทางการศึกษาของคนพิการไว้อย่างชัดเจน ทั้งตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แต่ในทางปฏิบัติยังคงพบข้อจำกัดสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะความไม่พร้อมของสถานศึกษา บุคลากร และระบบสนับสนุนที่จำเป็น ส่งผลให้คนพิการจำนวนมากไม่สามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ แม้มีกฎหมายให้เด็กพิการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี
โครงการดังกล่าวจึงเกิดขึ้น โดยการบูรณาการความร่วมมือของคณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) มูลนิธิพระมหาไถ่ เพื่อทลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของคนพิการ การลดอุปสรรคและสร้างระบบสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้เด็กพิการสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและต่อเนื่อง
การดำเนินงานเร่งด่วนคือ การช่วยเหลือผู้ปกครองในการจัดหาที่เรียนให้แก่บุตรหลานพิการสำหรับการเปิดภาคเรียนที่กำลังจะมาถึง โดยการเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารให้ผู้ปกครองประสานขอข้อมูลและความช่วยเหลือในการนำบุตรหลานที่มีปัญหาในการเข้าเรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน (ในเขตที่ปรากฏตามสำมะโนครัวทะเบียนบ้าน) สำหรับการเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาเท่านั้น โดยมีทีมงานช่วยประสานกับผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อลดอุปสรรคในการรับเข้าเรียน ลดขั้นตอนการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาที่ยุ่งยากซับซ้อน และสนับสนุนสถานศึกษาให้มีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ บุคลากร และระบบสนับสนุนในการรับคนพิการเข้าเรียน
ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส กล่าวย้ำว่า “โครงการอาสาพาน้องเข้าเรียน” ไม่ใช่เพียงโครงการด้านการศึกษาเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความพร้อมทั้งในระดับสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง อันจะนำไปสู่สังคมที่เปิดโอกาสให้คนพิการสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
สำหรับช่องทางการติดต่อเพื่อประสานงาน “โครงการอาสาพาน้องเข้าเรียน” มีดังต่อไปนี้
099-285-3446 คุณษา
062-645-3639 คุณเอิร์น
061-487-1305 คุณกุ๊กไก่
ศ.ชาญณรงค์ เพื่อประชาชน




