สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดงาน Visionary Leaders’ Dialogue: Leading Change and Reimagining MICE in Thailand “การกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในระยะ 3 – 5 ปี” โดยมีหัวข้อการหารือร่วม “การกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย/ Strategic Industry for Strengthening Thailand’s Competitiveness” จัดขึ้นที่ ทีเค ฮอลล์ (เติมศํกดิ์ กฤษณามระ ฮอลล์) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568
กิจกรรมเสวนาพิเศษ Visionary Leaders’ Dialogue: Leading Change and Reimagining MICE in Thailand จัดขึ้นเพื่อการกำหนดทิศทางการลงทุนและการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดรับกับแนวโน้มโลกและศักยภาพของประเทศ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงนโยบาย โดยได้รับเกียรติจากบุคลากร ผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านนภินทร ศรีสรรพางค์ ประธานเปิดงาน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ต่างสละเวลามาร่วมงาน แบ่งปันมุมมอง ข้อคิด ทิศทางต่างๆ ให้กับทีเส็บและอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในช่วงระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า
นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ (TCEB) เปิดเผยว่า การเสวนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ถ่ายทอดมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของประเทศไทยในช่วงระยะเวลา 3 – 5 ปีข้างหน้า จากภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศ
- เปิดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ตลอดจนแนวทางการตอบสนองต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกกำหนด อันจะนำไปสู่การวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต
- สร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งเสริม สนับสนุน และยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายผ่านกลไกของไมซ์ และก่อเกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในอนาคต
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงาน และความคาดหวังต่ออุตสาหกรรมไมซ์ เราจะได้เห็นบทบาทใหม่ของทีเส็บในการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนกิจกรรมไมซ์เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภาคพื้นของสาขาธุรกิจนั้น (Lead and Enabling)
ทีเส็บจะได้ยกระดับบทบาทองค์กร ความสามารถในการแข่งขัน การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ และความยั่งยืนในระยะยาว จากการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญของประเทศ
และเป็นโอกาสอันดีของทีเส็บในการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดยุทธศาสตร์และดัชนีวัดความสำเร็จ จากเดิมที่มีตัวชี้วัดความสำเร็จแค่ในเชิงจำนวนและการขยายตัวของรายได้จากนักเดินทางไมซ์ มาเป็นการขยายพันธกิจของทีเส็บให้เป็นหน่วยงานรัฐที่มีพันธกิจเชิงรุกชัดเจนในการกำหนดตำแหน่งและสื่อสารเรื่องราวเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่ประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ไปนำเสนอให้เด่นชัดในสายตาโลกและกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด
ผอ. ทีเส็บ กล่าวปิดท้ายว่า “ปัจจุบันประเทศไทยเป็นลีดเดอร์ในเรื่องของการประชุม โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์ ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น เมดิคอล เวลเนสส์ ฟาร์มาซูติคอล กลุ่มเหล่านี้ มีการจัดงานในประเทศไทยในระดับนานาชาติ ทั้งกรุงเทพ และเมืองอื่นๆ แต่เราก็อยากที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอื่นๆด้วย ถ้าเรามองว่าประเทศไทย เป็นศูนย์กลางของอาเซียน เป็นเกตเวย์ของภูมิภาค ดังนั้นงานที่จัดในประเทศไทย ก็ต้องไม่ใช่เพื่อคนไทยเท่านั้น จะต้องเป็นงานเพื่ออุตสาหกรรมที่กำลังก้าวผ่านของภูมิภาค ซึ่งก็มีอยู่หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มพลังงาน อย่างเช่นปีหน้าเราก็จะมีการจัดงาน Gastech 2026 ผู้นำด้านพลังงานโลก ก็จะมารวมตัวกันที่นี่ เพราะว่าในภูมิภาคเอเชียเอง และอาเซียนด้วย กำลังจะก้าวผ่านในเรื่องของ พลังงานทางเลือก หลายตัวมากๆ พลังงานสะอาด ต่างๆด้วย นี่คือตัวอย่างที่เราดูงาน เพื่อภูมิภาค เอเชีย และอาเซียน งาน World Bank ที่มีนักการเงิน นักการธนาคาร จะมารวมตัวกัน แล้วมีรัฐมนตรีทางด้านนี้จากหลายประเทศมาก ก็อาจทำให้เกิดมาตรการใหม่ๆ”
“ดังนั้นในภาพลักษณ์ของนโยบายของประเทศ เรามองทางอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ สสปน. เป็นเรื่องของท่องเที่ยวเพื่อคุณภาพ มันคือปลายทางมากๆ ที่มีคำว่าคุณภาพเพราะเราไม่ใช่แบ็คแพ็ค ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวอย่างเดียว นักเดินทางไมซ์คือคนที่เดินทางมาเพื่อเจรจาธุรกิจ ใช้เวทีงานแสดงสินค้า งานประชุม หรือแม้กระทั่งการประชุมองค์กรของพวกเขา เป็นวัตถุประสงค์หลัก แต่พอเดินทางมาแล้ว ก็จะมีการจับจ่ายใช้สอยอื่นๆตามมาด้วย เช่นการเข้าพักโรงแรม ซื้ออาหาร ซื้อของฝาก ฯลฯ วันนี้ที่เชิญผู้ประกอบการ อีโคซิสเต็มส์ รวมถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกัน ฟังและใช้ไมซ์เป็นกลไกให้มากกว่าที่ท่านคิดว่าเรามาเสิร์ฟแค่ด้านท่องเที่ยว อย่างกระทรวงสาธารณสุขที่เราเริ่มทำงานด้วยกระทรวงแรก ก็ได้มีแผนแล้วที่จะผลักดันให้ไทยเป็นเมดิคอล ฮับ”






