“ดร.ภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ” ประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลื้มใจนักกีฬาเพาะกายในอาเซียนพัฒนาแบบก้าวกระโดด ส่วน “บ่าวไข่เจียว” เอกพล สุขทอง เจ้าของเหรียญทอง เพาะกายรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม ปลื้มใจในความสำเร็จ เช่นเดียวกับ “อาร์ม”อภิชัย วันดี ดีกรีแชมป์โลก 4 สมัย เจ้าของเหรียญทองเพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 85 กิโลกรัม เตรียมปูทางสู่ความสำเร็จในชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์โลก ต่อไป
          จากความสำเร็จของ 2 แชมป์โลกเพาะกาย ที่ประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองเพาะกายซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นการลงแข่งซีเกมส์เป็นครั้งแรกของทั้งคู่ โดยล่าสุด “บ่าวไข่เจียว” เอกพล สุขทอง แชมป์โลก ปี 2019 ที่ได้เหรียญทอง รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขันที่เปลี่ยนจากตอนแรกจะแข่งแอธเลติกมาเป็นเพาะกาย เพราะทางสมาคมฯ เห็นว่ามีโอกาสได้เหรียญทองมากกว่า ซึ่งในที่สุดผมก็ทำได้ ผมได้เหรียญทองแล้วครับในการแข่งซีเกมส์เป็นครั้งแรก ขอมอบเหรียญทองให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน และขอบคุณพี่ๆน้องๆที่บ้านเกิด พัทลุง ผมต้องขอบคุณทางสมาคมฯ ที่มอบโอกาสดีๆ ถ้าทางสมาคมฯ ให้ผมรับใช้ชาติไม่ว่าแมตช์ไหน ผมจะทำเต็มที่”
          “เหรียญทองเหรียญนี้เป็นเหรียญที่มีคุณค่ากับตัวผมและครอบครัว เป็นสุดยอดของชีวิต ถ้ามีโอกาสได้แข่งซีเกมส์อีก เพื่อรับใช้ทีมชาติ ผมก็ยินดี และอยากมีโอกาสทำได้อีก อยากคว้าเหรียญทองให้ได้เยอะ”
          “อาร์ม”อภิชัย วันดี ดีกรีแชมป์โลก 4 สมัย เจ้าของเหรียญทองเพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 85 กิโลกรัม กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจกับตัวเอง ขอขอบคุณทางสมาคมฯ และแรงเชียร์กำลังใจจากที่บ้านและชาวไทย เหรียญทองเหรียญนี้เป็นรางวัลสำหรับความตั้งใจและความพยายามที่เราเก็บตัวฝึกซ้อมให้ได้ตามระเบียบวินัยที่เราโปรแกรมไว้ จนเราทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะการแข่งขันทุกรายการเหมือนเป็นการเอาชนะตัวเอง มี 2 อย่างที่เป็นเคล็ดลับแห่งชัยชนะ สิ่งแรกกำลังใจที่แข็งแกร่ง อีกอย่างคือร่างกายที่พร้อมจะสู้ไปกับกำลังใจ มีร่างกายที่ทรงพลังอย่างที่ตั้งเป้าไว้ ขอบคุณทุกกำลังใจเสียงเชียร์ รวมทั้งทางนายกสมาคมฯ ศุกรีย์ สุภาวรีกุล”
          “ที่ขาดไม่ได้ขอขอบคุณทีมสตาฟฟ์โค้ชทุกคนและบุคลากรทางสมาคมฯ ที่ดูแลพวกเราอย่างดีเหมือนลูกในการเก็บตัวฝึกซ้อมและประสานงานทุกอย่าง”
          “ปีนี้ อาร์มตั้งความหวังที่จะลงแข่ง 3 รายการ ประสบความสำเร็จไปแล้วสำหรับซีเกมส์ เหลือ ชิงแชมป์เอเชีย ที่มัลดิฟท์ และชิงแชมป์โลกที่ไทย อาร์มไม่กล้าการันตีว่าจะได้แชมป์ แต่อาร์มพยายามทำเต็มที่และทำให้ดีที่สุดทุกรายการ”
          ส่วนดร.ภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ ที่ปรึกษาประธานวุฒิสภา และประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า จากความสำเร็จของนักกีฬาเพาะกายไทยที่ทำได้ 3 ทองตามเป้าหมาย เฉพาะการแข่งขันประเภทเพาะกาย ต้องถือว่าทำผลงานได้ดีมากๆ รวมทั้งชาติอื่นๆ ในอาเซียน ได้เห็นพัฒนาการของชาติอื่นๆ เช่นนักกีฬา จากลาวสามารถคว้าเหรียญทองแดง เราประมาทไม่ได้ทั้ง “เจ้าภาพ” เวียดนาม และพม่า ผมคิดว่าซีเกมส์ ที่กัมพูชา และที่ไทย นั้นเราน่าจะมีเพาะกายแข่งขัน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นนักกีฬาเพาะกายในอาเซียนน่าจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมในอนาคตข้างหน้า”
          “ทางสหพันธ์ฯ ต้องการให้กีฬาเพาะกายพัฒนาไปสู่การจัดการแข่งขันในระดับมาตรฐานสากล ผู้ตัดสินมาจากชาติเป็นกลาง การตัดสิน มีความยุติธรรม มีการตรวจสารกระตุ้นก่อนแข่งและหลังแข่ง เรียกว่าการแข่งขันคลีนมากๆ ทางสหพันธ์อยากให้มีกีฬาเพาะกายบรรจุแข่งในเอเชียนเกมส์ ส่วนซีเกมส์ครั้งต่อไป ที่กัมพูชา และที่ไทย น่าจะมีเพาะกายบรรจุ ไทยเราน่าจะได้เจ้าทองเพาะกายซีเกมส์”
“ใน 5 ชาติ ที่ได้เหรียญทองเพาะกายในซีเกมส์ ครั้งนี้ มี ไทย พม่า เวียดนาม มาเลเซีย ลาว แต่ละชาติอาจจะส่งไม่ครบทุกรุ่น เพราะความไม่พร้อม และเหตุผลเรื่องการตรวจสารกระตุ้น ทำให้ชาติในอาเซียนเพิ่งกลับมารวมตัวแข่งขันในรอบ 3 ปี”

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You missed