30 ปีที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวันเวลา แต่คือ 30 ปี ความทรงจำ มิตรภาพทางดนตรี และผู้คนที่เติบโตมาพร้อมเสียงเพลงของ AUDY กลับมาสร้างปรากฏการณ์แห่งความคิดถึงให้แฟนเพลงยุค 90s ได้มารวมตัวกันอีกครั้ง
สำหรับ “30 ปี AUDY” คอนเสิร์ตครบรอบ 30 ปีบนเส้นทางดนตรีของศิลปินอัลเทอร์เนทีฟผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ณ LIDO Live House ที่เต็มไปด้วยพลังของแฟนเพลงจากทั่วประเทศที่มีร่วมชมในเวทีนี้
คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตที่มีความหมายมากกว่าการเฉลิมฉลอง เพราะเดิมทีงานต้องเลื่อนจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครล่าสุด ซึ่งตัว AUDY เองก็ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่เมื่อถึงวันจัดงาน พลังของแฟนเพลงกลับกลายเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ฮอลล์แห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงเพลง การให้กำลังใจ และความทรงจำอีกครั้ง
30 YEARS OF MUSIC 30 YEARS OF MEMORIES
เปิดเวทีด้วยบรรยากาศแห่งความคิดถึง AUDY พาแฟนเพลงย้อนกลับไปสัมผัสเพลงที่ถือเป็น Soundtrack ของชีวิตในคนยุค 90s ด้วยเพลงแรก “วัยรุ่นยุค 90s“หน้าตาดีก็ไม่น่าโง่เลย” “ลำบาก” “1 นาที” “กลั้นหายใจ” ไปจนถึง“ไม่ใช่เจ้าชาย”
หนึ่งในช่วงเวลาที่อบอุ่นที่สุดเมื่อ AUDY หยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมาถ่ายทอดบทเพลงด้วยตัวเอง ก่อนปล่อยให้เสียงของผู้ชมทั้งฮอลล์กลายเป็นความประทับใจให้ Audy บนเวที
จากนั้นจึงต่อด้วยเพลง “เหตุผล” “สายตา” และ “ทุกอย่าง” เติมเต็มความคิดถึงให้แฟนเพลงได้เดินทางย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เพลงเหล่านี้เคยอยู่ในชีวิตของพวกเขา
ความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้ของ AUDY เป็นการร้อยรวม “คนดนตรี” “แฟนเพลง” ที่เดินทางร่วมกันบนเวทีแห่งความคิดถึงไปด้วยกัน
และเสียงกรี๊ดดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อ AUDY เปิดตัวแขกรับเชิญคนพิเศษ อัยย์ วีรานุกูล ศิลปินที่ AUDY เผยว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่เขาชื่นชมและติดตามมาตั้งแต่ผลงานแรก “ดอกไม้ไฟ” กับวง Exit
มิตรภาพจากเสียงเพลงที่เดินทางผ่านเวลามายาวนาน ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงที่เต็มไปด้วยความทรงจำ
อัยย์เปิดช่วงแห่งความคิดถึงด้วยเพลง “นานเหลือเกิน” “ฉันหรือเปล่า” และ “บอกเขาว่าเจอฉัน” เพลงฮิตติดปากของคนยุคเดียวกัน ก่อนร่วมร้องกับ AUDY ในเพลง “รอจนกว่า” สร้างโมเมนต์ที่แฟนเพลงยุค 90s ร่วมร้องตามกันอย่างพร้อมเพรียง
และอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์สำคัญ คือการเปิดตัวเพลงใหม่มีความหมาย “ไม่ได้เรียกร้องอะไรเกินเลย” ของ อัยย์ ที่จะได้ฟังทุกแฟลตฟอร์มทางดนตรีเร็วๆ นี้ ให้ฟังบนเวทีนี้พิเศษก่อนใคร ผลงานที่แต่งโดย เนติมา ก่อน AUDY จะเชิญเนติมาขึ้นเวทีร่วมร้องแบบสดๆ
นี่จึงไม่ใช่เพียง Guest Performance แต่เป็นภาพของ “ศิลปินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกันและกัน” และการส่งต่อพลังสร้างสรรค์ผ่านดนตรีจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง
FROM 90s TO THE NEXT GENERATION
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชม คือการเปิดตัว Eternity วงร็อกรุ่นใหม่จากกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
จากจุดเริ่มต้นของวงดนตรีเปิดหมวก สู่เวทีใหญ่ที่ได้โอกาสนำเสนอแนวเพลง Alternative Rock ด้วยพลังและความสามารถที่เกินวัย
สำหรับ วง Eternity ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อสร้างสีสัน แต่คือสัญลักษณ์ของแนวคิดสำคัญของ AUDY ในฐานะ Producer ของวง
“ดนตรีไม่มีรุ่น ถ้ามีพลังและความฝัน ทุกคนมีพื้นที่บนเวทีที่มีคุณค่า”
การเปิดตัว Eternity จึงกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่น่าสนใจ เพราะบนเวทีเดียวกันมีทั้งศิลปินที่สร้างชื่อมาตั้งแต่ยุค 90s และศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางของตัวเอง
จากแรงบันดาลใจ สู่คนสร้างสรรค์ทางดนตรีจาก 30 ปีของ AUDY สู่อนาคตของดนตรีที่น่าจับตามอง
ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต AUDY กลับมาส่งต่อความอบอุ่นผ่านบทเพลง “ไม่สำคัญ” และ “สุดที่รัก” ก่อนสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการเชิญศิลปินรุ่นพี่และพี่ชายที่รัก ติ๊ก ชีโร่ ขึ้นมาร่วมเวที
เสียงเพลง “รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” เติมเต็มความทรงจำแบบอบอุ่นบนเวที พร้อมนำเพลง “โต้ชีริก” ซึ่ง AUDY เป็นผู้แต่ง กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สะท้อนความสัมพันธ์ของคนดนตรีได้อย่างชัดเจน
สองศิลปินต่าง Generation บนเวทีเดียวกัน ไม่ได้มีเพียงเสียงเพลงที่เชื่อมต่อกัน แต่คือ มิตรภาพ ความเคารพ และประวัติศาสตร์ทางดนตรีที่เดินทางข้ามยุค
ก่อนจะปิดฉากค่ำคืนเวทีแห่งความทรงจำ AUDY กลับมาส่งท้ายด้วยเพลง เสียงเรียกร้องจากคนดูในช่วง Encore กับเพลง “เคย”
เสียงร้องขอของผู้ชมทั้งฮอลล์กลายเป็นภาพที่ทรงพลังที่สุดของค่ำคืนนี้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่พิสูจน์ว่าเพลงหนึ่งเพลงมีคุณค่า ที่กาลเวลา 30 ปี ผู้คนยังจำเนื้อเพลงได้ ยังร้องตามได้ และยังรู้สึกบางอย่างเมื่อได้ยินเพลงนั้นอีกครั้ง
“30 ปี AUDY” จึงไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตครบรอบ
แต่คือ Music Legacy ที่เชื่อม 3 Generation เข้าด้วยกัน ทั้ง Audy , อัยย์ , เนติมา , Tik Shiro และวง Eternity
ให้แฟนๆ ได้อย่างคุณภาพคับเวที
หลังจบคอนเสิร์ต แฟนเพลงจำนวนไม่น้อยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากเห็น AUDY, อัยย์ และศิลปินทุกคนกลับมารวมตัวกันบนเวทีใหญ่ด้วยกันอีกครั้ง











